5 เส้นทางอัปธุรกิจสู่ Smart & Sustainable Industry

28 กุมภาพันธ์ 2568
407 โครงการ มูลค่าการลงทุน 35,560 ล้านบาท
นี่คือ “ตัวเลขโครงการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ” เพื่อยกระดับธุรกิจสู่ Smart & Sustainable Industry ในปี 2567 ที่บอกว่า การเปลี่ยนแปลงสู่โรงงานอัจฉริยะและความยั่งยืน คือ "คลื่นเปลี่ยนเกม" ที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องจับให้ทัน
 
เพราะนี่คือโอกาสที่จะทำให้โรงงานธรรมดา กลายเป็นผู้นำเทรนด์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นและตลาดโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ผู้ประกอบการไทยต้องไม่หยุดนิ่ง
มาดูกันว่า 5 เส้นทางนี้จะช่วยให้ธุรกิจของคุณ "ปัง" อย่างยั่งยืนและเติบโตในยุคใหม่ได้อย่างไร
 
5 เส้นทางที่จะเปลี่ยนโรงงานหรือกิจการแบบเดิม ๆ ให้เป็นธุรกิจที่ "ปัง" อย่างยั่งยืน
ปรับธุรกิจเก่าให้ "SMART" และเพิ่มประสิทธิภาพ
1. ส่งเสริมการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Automation & Robotics)
 
เปลี่ยนโรงงานให้เป็น Smart Factory ด้วย Automation & Robotics
• การใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไม่ใช่แค่ "เพิ่มความเร็ว" แต่ยังเพิ่มความแม่นยำลดความผิดพลาดในการผลิต และสร้างความน่าเชื่อถือ
• ได้รับการยกเว้นเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 3 ปี สำหรับธุรกิจที่ลงทุนในในเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ
 
2. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation)
 
ในยุคนี้ Data คือ ของมีค่า
• การลงทุนใน IoT (Internet of Things) และ Big Data ช่วยให้คุณรู้จักลูกค้าได้ดีขึ้น
• การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยลดของเสียในกระบวนการผลิต ช่วยให้ตัดสินใจได้มีประสิทธิภาพและและเพิ่มความแม่นยำ
 
3. ปรับปรุงประสิทธิภาพไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) 
เปลี่ยนจาก 'Manual' เป็น 'Smart' มาตรฐานใหม่ สำหรับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ
• Industry 4.0 คือการเชื่อมต่อทุกกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• ใช้ AI & Machine Learning ในการคาดการณ์ปัญหา ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในกระบวนการผลิต
• ลด Downtime ในสายการผลิต และเพิ่ม Productivity อย่างเห็นได้ชัด
 
สู่มาตรฐานระดับโลกด้วย Sustainable Practices
4. ส่งเสริมการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานสะอาด (Clean Energy)
 
พลังงานสะอาด = กำไรที่ยั่งยืน
• การใช้พลังงานทดแทน หรือการใช้พลังงานหมุนเวียน ไม่ใช่แค่เรื่องของ “มีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน” แต่ช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว
• Smart Grid System ควบคุมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
• โรงงานที่ใช้พลังงานทดแทน หรือพลังงานหมุนเวียน ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ESG Fund มากขึ้น
 
5. ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล (Global Sustainability Standards)
ธุรกิจที่ได้มาตรฐานระดับโลก ไม่เพียงแค่เพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่ยังเปิดตลาดใหม่ในระดับนานาชาติ
• การรับรองมาตรฐาน เช่น ISO 22000, FSC, หรือ PEFC ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสร้างความได้เปรียบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
• ISO 22000 ยกระดับคุณภาพมาตรฐานอาหารและอุตสาหกรรมการผลิต
• FSC / PEFC ช่วยเพิ่มโอกาสส่งออกสินค้าไปยุโรปที่มีมาตรการเข้มงวด
 
Smart & Sustainable Industry สร้าง “มาตรฐานใหม่” ของอุตสาหกรรมไทย เพื่อทางให้ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล ที่มุ่งเน้นการลดมลพิษ ลดกากของเสีย นํ้าเสีย มลพิษในอากาศ ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดด้วยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานทดแทนในกิจการ เช่น การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง
 
โรงงานหรือกิจการที่ยังใช้ระบบเดิมอาจเสียโอกาสในการแข่งขัน ขณะที่ธุรกิจที่ปรับตัวสามารถสร้างโอกาสลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และได้รับการยอมรับในตลาดโลก การเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรอัจฉริยะ พลังงานสะอาด หรือระบบอัตโนมัติ ที่ช่วยให้การผลิตเร็วขึ้นแต่ใช้ทรัพยากรน้อยลง
 
มาตรการนี้ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนอยู่เดิม ลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี คิดเป็นวงเงิน 50% หรือ 100% ของเงินลงทุน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่จะลงทุนใหม่ในกลุ่มที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (หากมีการนำระบบอัตโนมัติหุ่นยนต์ และ Industry 4.0 มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะ ได้รับสิทธิตามมาตรการนี้อีกด้วย