เศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้มีแค่ดิจิทัล เมื่อไทย “ปักหมุด” Global Biotech Hub เทรนด์โลกที่ต้องคว้า

30 มีนาคม 2569
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพเติบโตต่อเนื่อง ทั้งวัคซีน ชีวเภสัชภัณฑ์ พลังงานชีวภาพ และวัสดุชีวภาพ สะท้อนทิศทางใหม่ของเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและความยั่งยืนมากขึ้น
     และเทคโนโลยีชีวภาพ คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “เทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์” ของหลายประเทศในทศวรรษนี้
     ข้อมูลสถิติล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ตลาดเทคโนโลยีชีวภาพทั่วโลก (Global Biotechnology Market) จะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 3.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 130 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 (อ้างอิง: Grand View Research) หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 92% เมื่อเทียบจากปี 2025
     ทำไมตัวเลขหลัก "ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ" นี้ถึงสำคัญกับเรา? เพราะเม็ดเงินมหาศาลนี้กำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านอาหาร ยารักษาโรค การเกษตร และพลังงานสะอาด ประเทศไหนที่มี "ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)" สูง จะกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ซึ่งประเทศไทยคือหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง และเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของธุรกิจไทยที่จะขยับสเกลไปสู่ระดับโลก
     เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า "ขุมทรัพย์" นี้ซ่อนอยู่ที่ไหน ลองมาดู 3 ธุรกิจดาวรุ่งแห่งวงการ Biotech ที่ World Economic Forum (WEF) ชี้เป้าว่ากำลังจะพลิกโฉมห่วงโซ่อุปทานโลก และ "ประเทศไทย" มีแต้มต่อพร้อมเป็นเจ้าตลาด
1. สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพและอาหารแห่งอนาคต (Bio-Active Ingredients & Future Food)
     Global Trend ในเวที WEF ล่าสุดได้ชูแนวคิด "Grow Anything Anywhere" หรือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพปลดล็อคข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เพื่อรับมือกับวิกฤตห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain Disruptions) การใช้ "จุลินทรีย์" หรือเซลล์พืชมาสกัดเป็นโปรตีนทางเลือก และสารออกฤทธิ์มูลค่าสูง (Bio-molecules) กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองในแล็บสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ขนานใหญ่ที่โลกขาดไม่ได้
     Thai Opportunity ไทยมีวัตถุดิบการเกษตรมหาศาลที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นสารชีวภาพมูลค่าสูงที่ป้อนให้แบรนด์อาหารและเครื่องสำอางระดับโลกได้สบายๆ และเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลกอย่างแท้จริง
2. ยาชีววัตถุแห่งอนาคต (Biopharmaceuticals)
     Global Trend WEF เน้นย้ำว่า "นวัตกรรมชีวภาพ (Bio-innovation)" คืออาวุธสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาท้าทายด้านสาธารณสุข หมดยุคของการพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์แบบเดิม เพราะโลกกำลังขับเคลื่อนด้วยการวิจัยขั้นสูง (R&D) เพื่อผลิต ยาชีววัตถุ (Biopharmaceuticals) ที่แม่นยำ ประสิทธิภาพสูง และตอบโจทย์การรักษาแห่งอนาคต
     Thai Opportunity ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่แข็งแกร่งของไทย การลงทุนตั้งฐานผลิตยาชีววัตถุ ชุดตรวจวินิจฉัยโรคขั้นสูง หรือวัคซีนระดับโลกในไทย จึงเป็นโอกาสทองที่จะจับตลาด Medical Hub ของภูมิภาคเอเชีย
3. วัสดุและเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Materials & Bio-Chemicals)
     Global Trend วาระเร่งด่วนของ WEF คือการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกเลิกใช้ทรัพยากรฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านสู่ "เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)" ประกอบกับกฎกติกาการค้าระดับโลกใหม่ๆ เช่น CBAM เป็นต้น ที่บีบให้แบรนด์ระดับโลกต้องหันมาใช้พลาสติกชีวภาพย่อยสลายได้ และเคมีภัณฑ์จากธรรมชาติ นี่จึงไม่ใช่แค่เทรนด์ทางเลือก แต่คือความจำเป็นของโลกธุรกิจยุคใหม่
     Thai Opportunity ไทยมีชีวมวล (Biomass) จากภาคการเกษตรอย่างอ้อยและมันสำปะหลังจำนวนมหาศาล  ที่พร้อมเปลี่ยนเป็น Bio-plastics และ Bio-chemicals ป้อนสายการผลิตรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก
     ธุรกิจเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปและเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสจากการเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพ บีโอไอจึงออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อเสริมขีดความสามารถและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน
  นวัตกรรมยิ่งก้าวหน้า บีโอไอพร้อมซัพพอร์ต
     บีโอไอแบ่งการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพเป็น 3 ระดับ ยิ่งเทคโนโลยีเข้มข้น สิทธิประโยชน์ยิ่งสูง
     1) กลุ่มผลิตภัณฑ์ Bioplastics และ Biochemicals จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 – 8 ปี แตกต่างกันการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์
     2) กลุ่มกิจการเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ การผลิตสารเวชภัณฑ์ การผลิตชุดตรวจวินิจฉัยโรค หรือสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ เป็นต้น จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ไม่จำกัดวงเงิน
     3) กลุ่มกิจการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology Development) เป็นกลุ่มกิจการที่นำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วมาใช้มาพัฒนาปรับปรุงต่อยอดหรือสร้างเทคโนโลยีใหม่ และต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย เช่น Technology Research Consortium เป็นต้น จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 10 ปี แบบไม่จำกัดวงเงิน
     นอกจากสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว บีโอไอยังช่วยลดต้นทุนธุรกิจด้วยการ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรรวมถึงของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา (R&D) และยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งออก อีกด้วย
     อุตสาหกรรม Bio-based คือโอกาสสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต ไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทระดับโลก หรือธุรกิจของคนไทยที่กำลังพัฒนานวัตกรรม บีโอไอพร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดมอบสิทธิประโยชน์ที่จะช่วยเปลี่ยน "ความหลากหลายทางชีวภาพ" ของไทย ให้กลายเป็น "ความสำเร็จระดับโลก”
60 ปี บีโอไอ สร้างรากฐานการลงทุน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy
"บีโอไอส่งเสริมการลงทุน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดการลงทุน"