​ถอดรหัส "พื้นที่เป้าหมาย" จากบีโอไอ เปลี่ยนทุกภูมิภาคให้เป็นขุมทรัพย์เศรษฐกิจใหม่!

31 มีนาคม 2569

ในอดีตการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจกระจุกตัวอยู่แค่ในหัวเมืองใหญ่ แต่ในโลกธุรกิจยุคใหม่ศักยภาพถูกกระจายออกไปทุกทิศทาง บีโอไอจึงได้จัดทำ "มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย" ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับจุดแข็งของแต่ละพื้นที่
เป้าหมายหลักคือการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม ลงลึกไปถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศทั้งระบบ หากคุณเป็นนักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาทำเลทองพร้อมแพ็คเกจลดต้นทุน และนี่คือข้อมูลที่คุณไม่ควรพลาด
 
เจาะลึก 6 พื้นที่ ลงทุนที่ไหนได้อะไรบ้าง?
1. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พื้นที่ยอดนิยมของนักลงทุน ด้วยโครงสร้างพื้นที่ฐานพร้อมรองรับทุกอุตสาหกรรม ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทราเปรียบเป็น “ประตูการค้า” ที่เชื่อมโยงไทยกับอาเซียนและตลาดโลก
สิทธิประโยชน์จัดเต็ม
กรณีพัฒนาคน (HRD) หรือทำวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 50 % เป็นเวลา 3 ปี แตกต่างกันตามกลุ่มสิทธิประโยชน์พื้นฐานของประเภทกิจการที่ได้รับ
กรณีตั้งโครงการในเขตพื้นที่เฉพาะของกิจการ เช่น เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EECi) เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) และศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ (พัทยา) (EECmd) เป็นต้น ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีฯ เพิ่มเติม 1 ปี หรือได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีฯ เพิ่มเติม 50 % เป็นเวลา 2 ปี แตกต่างกันตามกลุ่มสิทธิประโยชน์พื้นฐานของประเภทกิจการที่ได้รับ
 
2. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค ดึงศักยภาพเฉพาะถิ่นมาปั้นเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ใน 4 ภูมิภาคของประเทศ
- ภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง ส่งเสริมให้เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่มเกษตร/อาหาร/ดิจิทัล/สร้างสรรค์/ท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
- ภาคอีสาน ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และหนองคาย ส่งเสริมให้เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่มเกษตร/อาหาร และอุตสาหกรรมชีวภาพ
- ภาคกลางและตะวันตก ได้แก่ อยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม และกาญจนบุรี ส่งเสริมให้เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่มเกษตร/อาหาร/เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
- ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ส่งเสริมให้เป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายในกลุ่มเกษตร/อาหาร/อุตสาหกรรมชีวภาพ/ท่องเที่ยวและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
สิทธิประโยชน์จัดเต็ม หากลงทุนด้าน HRD หรือ R&D ตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีฯ เพิ่มอีก 2 ปี หรือได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีฯ 50% เพิ่มอีก 3 ปี แตกต่างกันตามกลุ่มสิทธิประโยชน์พื้นฐานของประเภทกิจการที่ได้รับ
 
3. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จุดเชื่อมโยงการค้าชายแดน ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนกระจายในระดับพื้นที่กว่า 90 ตำบล ใน 23 อำเภอ ของ 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย นครพนม ตาก กาญจนบุรี หนองคาย มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขลา และนราธิวาส
สิทธิประโยชน์จัดเต็ม
กรณีลงทุนใน 13 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การผลิตอัญมณี เซรามิกส์ เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า การเกษตร ประมง เป็นต้น จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี และสิทธิ์ลดหย่อนภาษีฯ 50% 5 ปี
กรณีกิจการทั่วไป ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีฯ 50% 5 ปี
 
เขตพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเมืองต้นแบบ กระตุ้นเศรษฐกิจพัฒนาศักยภาพให้กระจายสู่พื้นที่ภาคใต้ ด้วย 2 มาตรการส่งเสริมการลงทุนรองรับทั้ง "โครงการเดิม" และ "โครงการใหม่" เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500,000 บาท
มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ สำหรับพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และ 4 อำเภอในสงขลา
มาตรการส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ ใน 4 พื้นที่ ได้แก่จะนะ หนองจิก เบตง และสุไหงโก-ลก
สิทธิประโยชน์จัดเต็ม
กรณีโครงการเดิม จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีฯ 5 ปี
กรณีโครงการใหม่ ได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีฯ 8 ปี (แบบไม่จำกัดวงเงิน) และลดหย่อน 50% เพิ่มอีก 5 ปี
 
เขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมการลงทุนในกิจการเป้าหมายในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น กิจการเทคโนโลยีชีวภาพ สถานฝึกฝนวิชาชีพ การพัฒนา Nanotechnology เป็นต้น สำหรับ 20 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ อุทยานวิทยาศาสตร์, Food Innopolis (13 แห่ง), Space Krenovation Park รวมถึง สถาบัน AIT และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สิทธิประโยชน์จัดเต็ม
กลุ่มกิจการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีฯ เพิ่มเติมอีก 2 ปี
กลุ่มกิจการเป้าหมายทั่วไป จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เพิ่มเติมอีก 5 ปี
 
เขตพื้นที่ย่านนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมีพื้นที่ศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและการวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยผู้ขอรับการส่งเสริมจะต้องมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และโรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่กำหนด
สิทธิประโยชน์จัดเต็ม จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีฯ 50% เป็นเวลา 5 ปี