เมื่อบีโอไอไม่ได้ส่งเสริมแค่ภาคการผลิต แต่ภาคบริการก็ขอบีโอไอได้
30 เมษายน 2569
หากพูดถึงภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2569 เรากำลังอยู่ในยุคที่ "ข้อมูลและบริการ" มีมูลค่าไม่แพ้สินค้าที่จับต้องได้
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการจัดอันดับ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569 โดยธุรกิจที่มาแรงส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคบริการและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Cloud Service และ Cyber Security ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 ตามมาด้วย ธุรกิจ Social Media และ Online Entertainment ธุรกิจผลิตคอนเทนต์และโทรคมนาคม ในอันดับ 2 ขณะที่ ธุรกิจ E-Commerce และธุรกิจความเชื่อหรือสายมู อยู่ในอันดับ 3
ส่วน ธุรกิจการแพทย์ ความงาม และบริการดูแลสุขภาพ ซึ่งเติบโตตามกระแสสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อยู่ในอันดับ 4 และ ธุรกิจโลจิสติกส์ บริการจัดส่งสินค้า และคลังสินค้า อยู่ในอันดับ 5
ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ‘ธุรกิจภาคบริการ’ โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในปี 2569 และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามคือ ผู้ประกอบการในธุรกิจเหล่านี้ทราบหรือไม่ว่า หลายกิจการสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอได้?
หลายคนติดภาพจำว่าการจะขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอได้นั้นต้องเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มูลค่าเงินลงทุนสูง ต้องมีโรงงานขนาดใหญ่ ต้องมีการใช้เครื่องจักรในการผลิต แต่ความเข้าใจนี้อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะบีโอไอเปิดโอกาสให้ “ธุรกิจบริการ” สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโรงงานหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ เพียงเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ มีการใช้บุคลากรที่มีทักษะหรือความเชี่ยวชาญ หรือลงทุนในเครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่กี่ยวข้อง ก็สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนจากบีโอไอได้
ธุรกิจบริการแบบไหน เข้าข่ายรับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ?
1. ธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ บีโอไอให้การส่งเสริมครอบคลุมตั้งแต่ กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center, Cloud Service และการให้บริการ Data Hosting นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงกิจการสนับสนุนระบบนิเวศดิจิทัล เช่น Innovation Park, Maker Space และ Co-working Space อีกด้วย
2. ธุรกิจบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ สำหรับสายครีเอทีฟ บีโอไอส่งเสริมกิจการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ซึ่งต้องมีองค์ประกอบด้านระบบข้อมูลเพื่อการออกแบบ รวมถึงมีระบบการออกแบบแนวคิดและการสร้างต้นแบบแนวคิด เช่น ระบบการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระบบการทดสอบมาตรฐานของต้นแบบและการยอมรับของผู้ใช้ เป็นต้น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องใช้บุคลากรไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของบุคลากรทั้งหมด และมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรไทยด้านการออกแบบไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จะครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเชิงแนวคิดไปจนถึงการสร้างต้นแบบและทดสอบการใช้งานจริง เช่น ผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และรองรับน้ำหนักได้สูง หรือผลิตภัณฑ์ที่ผสานฟังก์ชันและความสะดวกในการพกพา โดยต้องอาศัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการทดสอบเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความปลอดภัย และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริง
3. ธุรกิจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่กำลังเติบโต บีโอไอก็เปิดกว้างให้ตั้งแต่ กิจการสร้างภาพยนตร์ไทย (ภาพยนตร์เรื่อง สารคดี แอนิเมชั่น รายการทีวี) ไปจนถึงกิจการบริการแก่ธุรกิจสร้างภาพยนตร์ เช่น บริการให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำ บริการตัดต่อและทำเทคนิคภาพพิเศษ (Visual Effects) บริการสตูดิโอถ่ายทำ ตลอดจนเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (Movie Town)
4. ธุรกิจการบริการเฉพาะทาง ที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บีโอไอครอบคลุมธุรกิจอย่าง กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO) ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) ศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนระหว่างประเทศ (IPO) รวมไปถึงกิจการวิจัยและพัฒนา (R&D) บริการออกแบบทางวิศวกรรม บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ บริการสอบเทียบมาตรฐาน กิจการสถานฝึกฝนวิชาชีพ และสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง
5. ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ บีโอไอให้การส่งเสริมตั้งแต่ กิจการเรือสำราญ กิจการท่าจอดเรือ สวนสนุก สวนสัตว์เปิด พิพิธภัณฑ์ กระเช้าไฟฟ้า ท่าเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ การจัดงานมหกรรมดนตรี กีฬา และเทศกาลนานาชาติ ไปจนถึงกิจการสนับสนุนการท่องเที่ยวทั้งโรงแรม หอประชุม และศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ ที่มีความน่าสนใจคือ หากตั้งสถานประกอบการใน "เมืองรอง" (จังหวัดเมืองน่าเที่ยวตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวกำหนด) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้น
6. ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ครอบคลุมตั้งแต่ กิจการสนามบินเชิงพาณิชย์ การขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ทางราง สถานีตรวจปล่อยสินค้า (ICD) และกิจการศูนย์บริการโลจิสติกส์ เช่น ศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบอัจฉริยะ และศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย (International Distribution Center: IDC) เป็นต้น
7. ธุรกิจการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ธุรกิจที่รับพัฒนาระบบหรือพื้นที่เมืองอัจฉริยะก็เข้าข่ายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่ต้องมีบริการระบบอัจฉริยะด้าน Smart Environment และด้านอื่นๆ (เช่น Mobility, People, Living, Economy, Governance, Energy) หรือการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะที่ให้บริการระบบเครือข่ายอัจฉริยะต่างๆ โดยต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51
แม้ธุรกิจบริการจะไม่ได้ใช้เงินลงทุนสูงเหมือนอุตสาหกรรมการผลิต แต่เป็นปัจจัยสนับสนุน ภาคอุตสาหกรรมและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก ซึ่งเราพร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต แข่งขันได้ และก้าวไปพร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยมาตรการและสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ
60 ปี บีโอไอ สร้างรากฐานการลงทุน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy
"บีโอไอส่งเสริมการลงทุน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดการลงทุน"
0 2553 8111
head@boi.go.th
www.boi.go.th
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ
ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการจัดอันดับ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง ปี 2569 โดยธุรกิจที่มาแรงส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในภาคบริการและดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Cloud Service และ Cyber Security ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 ตามมาด้วย ธุรกิจ Social Media และ Online Entertainment ธุรกิจผลิตคอนเทนต์และโทรคมนาคม ในอันดับ 2 ขณะที่ ธุรกิจ E-Commerce และธุรกิจความเชื่อหรือสายมู อยู่ในอันดับ 3
ส่วน ธุรกิจการแพทย์ ความงาม และบริการดูแลสุขภาพ ซึ่งเติบโตตามกระแสสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อยู่ในอันดับ 4 และ ธุรกิจโลจิสติกส์ บริการจัดส่งสินค้า และคลังสินค้า อยู่ในอันดับ 5
ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ‘ธุรกิจภาคบริการ’ โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในปี 2569 และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามคือ ผู้ประกอบการในธุรกิจเหล่านี้ทราบหรือไม่ว่า หลายกิจการสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอได้?
หลายคนติดภาพจำว่าการจะขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอได้นั้นต้องเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มูลค่าเงินลงทุนสูง ต้องมีโรงงานขนาดใหญ่ ต้องมีการใช้เครื่องจักรในการผลิต แต่ความเข้าใจนี้อาจไม่ถูกต้องนัก เพราะบีโอไอเปิดโอกาสให้ “ธุรกิจบริการ” สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโรงงานหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ เพียงเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ มีการใช้บุคลากรที่มีทักษะหรือความเชี่ยวชาญ หรือลงทุนในเครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่กี่ยวข้อง ก็สามารถยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ทางการลงทุนจากบีโอไอได้
ธุรกิจบริการแบบไหน เข้าข่ายรับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ?
1. ธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ บีโอไอให้การส่งเสริมครอบคลุมตั้งแต่ กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center, Cloud Service และการให้บริการ Data Hosting นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงกิจการสนับสนุนระบบนิเวศดิจิทัล เช่น Innovation Park, Maker Space และ Co-working Space อีกด้วย
2. ธุรกิจบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ สำหรับสายครีเอทีฟ บีโอไอส่งเสริมกิจการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ซึ่งต้องมีองค์ประกอบด้านระบบข้อมูลเพื่อการออกแบบ รวมถึงมีระบบการออกแบบแนวคิดและการสร้างต้นแบบแนวคิด เช่น ระบบการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระบบการทดสอบมาตรฐานของต้นแบบและการยอมรับของผู้ใช้ เป็นต้น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องใช้บุคลากรไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของบุคลากรทั้งหมด และมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรไทยด้านการออกแบบไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จะครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเชิงแนวคิดไปจนถึงการสร้างต้นแบบและทดสอบการใช้งานจริง เช่น ผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้ เฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และรองรับน้ำหนักได้สูง หรือผลิตภัณฑ์ที่ผสานฟังก์ชันและความสะดวกในการพกพา โดยต้องอาศัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการทดสอบเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความปลอดภัย และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริง
3. ธุรกิจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อุตสาหกรรมบันเทิงไทยที่กำลังเติบโต บีโอไอก็เปิดกว้างให้ตั้งแต่ กิจการสร้างภาพยนตร์ไทย (ภาพยนตร์เรื่อง สารคดี แอนิเมชั่น รายการทีวี) ไปจนถึงกิจการบริการแก่ธุรกิจสร้างภาพยนตร์ เช่น บริการให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำ บริการตัดต่อและทำเทคนิคภาพพิเศษ (Visual Effects) บริการสตูดิโอถ่ายทำ ตลอดจนเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ (Movie Town)
4. ธุรกิจการบริการเฉพาะทาง ที่สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บีโอไอครอบคลุมธุรกิจอย่าง กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO) ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) ศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนระหว่างประเทศ (IPO) รวมไปถึงกิจการวิจัยและพัฒนา (R&D) บริการออกแบบทางวิศวกรรม บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ บริการสอบเทียบมาตรฐาน กิจการสถานฝึกฝนวิชาชีพ และสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูง
5. ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ บีโอไอให้การส่งเสริมตั้งแต่ กิจการเรือสำราญ กิจการท่าจอดเรือ สวนสนุก สวนสัตว์เปิด พิพิธภัณฑ์ กระเช้าไฟฟ้า ท่าเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ การจัดงานมหกรรมดนตรี กีฬา และเทศกาลนานาชาติ ไปจนถึงกิจการสนับสนุนการท่องเที่ยวทั้งโรงแรม หอประชุม และศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ ที่มีความน่าสนใจคือ หากตั้งสถานประกอบการใน "เมืองรอง" (จังหวัดเมืองน่าเที่ยวตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวกำหนด) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้น
6. ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ครอบคลุมตั้งแต่ กิจการสนามบินเชิงพาณิชย์ การขนส่งทางอากาศ ทางเรือ ทางราง สถานีตรวจปล่อยสินค้า (ICD) และกิจการศูนย์บริการโลจิสติกส์ เช่น ศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบอัจฉริยะ และศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย (International Distribution Center: IDC) เป็นต้น
7. ธุรกิจการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ธุรกิจที่รับพัฒนาระบบหรือพื้นที่เมืองอัจฉริยะก็เข้าข่ายเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะที่ต้องมีบริการระบบอัจฉริยะด้าน Smart Environment และด้านอื่นๆ (เช่น Mobility, People, Living, Economy, Governance, Energy) หรือการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะที่ให้บริการระบบเครือข่ายอัจฉริยะต่างๆ โดยต้องเป็นนิติบุคคลไทยที่ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51
- สรุปเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ
- เงินลงทุนขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) แต่สำหรับกลุ่มบริการที่ใช้ฐานความรู้เป็นหลัก (Knowledge-based) สามารถนับเงินลงทุนขั้นต่ำจาก "เงินเดือนบุคลากร" ปีละไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทได้
- สำหรับ SMEs ต้องมีคนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 โดยมีเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษ คือลงทุนขั้นต่ำเพียง 500,000 บาท สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอได้
- สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับของกลุ่มกิจการบริการ
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตั้งแต่ 3 ปี สูงสุดถึง 13 ปี โดยสิทธิ์ทีได้รับจะแตกต่างกันตามประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริม
- ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร/อุปกรณ์ที่นำเข้ามาใช้ในกิจการหรือนำเข้ามาเพื่อวิจัยและพัฒนา
- อำนวยความสะดวกเรื่อง Visa & Work Permit ของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ที่เข้ามาทำงานในโครงการ
แม้ธุรกิจบริการจะไม่ได้ใช้เงินลงทุนสูงเหมือนอุตสาหกรรมการผลิต แต่เป็นปัจจัยสนับสนุน ภาคอุตสาหกรรมและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก ซึ่งเราพร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโต แข่งขันได้ และก้าวไปพร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยมาตรการและสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ
60 ปี บีโอไอ สร้างรากฐานการลงทุน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy
"บีโอไอส่งเสริมการลงทุน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดการลงทุน"
0 2553 8111
head@boi.go.th
www.boi.go.th
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ


