ส่องเทรนด์พลังงานโลก สู่โอกาสการลงทุนในไทย ปี 2026
01 พฤษภาคม 2569
“พลังงาน” ไม่ได้เป็นแค่ต้นทุนพื้นฐานของธุรกิจอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 8-10 ของมูลค่าเศรษฐกิจมวลรวมของทุกประเทศทั่วโลก (Global GDP) เปรียบเทียบแบบเข้าใจได้ง่ายก็คือ ทุกมูลค่าเศรษฐกิจ 100 บาทของโลก จะมีประมาณ 8-10 บาทที่เป็นค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้งค่าไฟ น้ำมัน ก๊าซ และพลังงานที่ใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (ที่มา : https://iea.blob.core.windows.net/.../TheStateofEnergyInn...) ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล โดยข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกทะลุระดับ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้มีเม็ดเงินมากถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2 ใน 3 ของการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมด ไหลเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน (ที่มา: https://www.weforum.org/.../global-energy-2026-growth.../)
ปี 2026 มีเทรนด์สำคัญที่น่าจับตา (ที่มา: https://energytracker.asia/2026-renewable-energy-outlook/)
นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในเอเชีย เปิดโอกาสมหาศาลให้ไทยและอาเซียนเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยพลังงานที่สะอาดขึ้น เสถียรขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
บีโอไอพร้อมส่งเสริมการลงทุนใน 4 กลุ่มกิจการพลังงานสะอาดหลัก ได้แก่
1 กลุ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เช่น ผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ การผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากขยะ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน (Hydrogen Power) เป็นต้น
2 กลุ่มการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น การผลิตเชื้อเพลิงจากเศษวัสดุหรือของเสียจากการเกษตร การผลิตเชื้อพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัด เป็นต้น
3 กลุ่มการผลิตไฮโดรเจน ได้แก่ การผลิตไฮโดรเจนจากน้ำโดยใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เช่น Green Ammonia รวมไปถึงการผลิตไฮโดรเจนจากไฮโดรคาร์บอนหรือฟอสซิลที่ต้องมีการใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บ/ใช้ประโยชน์คาร์บอน (CCS/CCU) ควบคู่ด้วย
4 กลุ่มสนับสนุนการจัดการพลังงานและแบตเตอรี่ เช่น ธุรกิจบริการจัดการพลังงาน (ESCO) ที่ช่วยภาคอุตสาหกรรมลดการใช้พลังงาน การจัดการแบตเตอรี่ EV ที่ไม่ใช้แล้ว หรือนำ Energy Storage มาจัดชุดใหม่ (Repack) หรือใช้ซ้ำ (Reuse) รวมถึงการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่ความจุสูง (High Density Battery) เป็นต้น
คุณกำลังมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดอยู่หรือไม่
ในช่วงที่ทั่วโลกเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นี่คืออีกหนึ่งจังหวะสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจและต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
บีโอไอพร้อมส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มกิจการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ยิ่งระดับเทคโนโลยีสูง และมีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มาก ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์สูง โดยจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึงสูงสุด 13 ปี รวมถึงได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรอีกด้วย
60 ปี บีโอไอ สร้างรากฐานการลงทุน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy
"บีโอไอส่งเสริมการลงทุน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดการลงทุน"
0 2553 8111
head@boi.go.th
www.boi.go.th
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ

ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 8-10 ของมูลค่าเศรษฐกิจมวลรวมของทุกประเทศทั่วโลก (Global GDP) เปรียบเทียบแบบเข้าใจได้ง่ายก็คือ ทุกมูลค่าเศรษฐกิจ 100 บาทของโลก จะมีประมาณ 8-10 บาทที่เป็นค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้งค่าไฟ น้ำมัน ก๊าซ และพลังงานที่ใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (ที่มา : https://iea.blob.core.windows.net/.../TheStateofEnergyInn...) ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล โดยข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกทะลุระดับ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้มีเม็ดเงินมากถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2 ใน 3 ของการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมด ไหลเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน (ที่มา: https://www.weforum.org/.../global-energy-2026-growth.../)
ปี 2026 มีเทรนด์สำคัญที่น่าจับตา (ที่มา: https://energytracker.asia/2026-renewable-energy-outlook/)
- พลังงานหมุนเวียนจะขึ้นเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของโลกครั้งแรก คิดเป็น 36% แซงหน้าถ่านหินที่ลดลงเหลือ 32%
- พลังงานลมและแสงอาทิตย์จะมีสัดส่วนรวมเกือบ 20%
- ภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของโลก นำโดยจีนและการขยายตัวของการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั่วภูมิภาคโดยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030
นี่คือโอกาสสำคัญของประเทศไทย การเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในเอเชีย เปิดโอกาสมหาศาลให้ไทยและอาเซียนเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยพลังงานที่สะอาดขึ้น เสถียรขึ้น และเข้าถึงได้มากขึ้น เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
บีโอไอพร้อมส่งเสริมการลงทุนใน 4 กลุ่มกิจการพลังงานสะอาดหลัก ได้แก่
1 กลุ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน เช่น ผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน ไม่ว่าจะเป็น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ การผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากขยะ รวมถึงการผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน (Hydrogen Power) เป็นต้น
2 กลุ่มการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น การผลิตเชื้อเพลิงจากเศษวัสดุหรือของเสียจากการเกษตร การผลิตเชื้อพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัด เป็นต้น
3 กลุ่มการผลิตไฮโดรเจน ได้แก่ การผลิตไฮโดรเจนจากน้ำโดยใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เช่น Green Ammonia รวมไปถึงการผลิตไฮโดรเจนจากไฮโดรคาร์บอนหรือฟอสซิลที่ต้องมีการใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บ/ใช้ประโยชน์คาร์บอน (CCS/CCU) ควบคู่ด้วย
4 กลุ่มสนับสนุนการจัดการพลังงานและแบตเตอรี่ เช่น ธุรกิจบริการจัดการพลังงาน (ESCO) ที่ช่วยภาคอุตสาหกรรมลดการใช้พลังงาน การจัดการแบตเตอรี่ EV ที่ไม่ใช้แล้ว หรือนำ Energy Storage มาจัดชุดใหม่ (Repack) หรือใช้ซ้ำ (Reuse) รวมถึงการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่ความจุสูง (High Density Battery) เป็นต้น
คุณกำลังมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดอยู่หรือไม่
ในช่วงที่ทั่วโลกเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ นี่คืออีกหนึ่งจังหวะสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจและต่อยอดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
บีโอไอพร้อมส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มกิจการพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ยิ่งระดับเทคโนโลยีสูง และมีการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มาก ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์สูง โดยจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่ 3 ปี ไปจนถึงสูงสุด 13 ปี รวมถึงได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรอีกด้วย
60 ปี บีโอไอ สร้างรากฐานการลงทุน สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน
60 Years of BOI: Building Investment Foundations, Powering Sustainable New Economy
"บีโอไอส่งเสริมการลงทุน ทั้งคนไทยและต่างชาติ ทุกขนาดการลงทุน"
0 2553 8111
head@boi.go.th
www.boi.go.th
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ



