บีโอไอ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
13 สิงหาคม 2569
ก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของวิกฤตสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ชนิด โดย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีการปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศในปริมาณที่สูงที่สุดจากกิจกรรมของมนุษย์และภาคอุตสาหกรรม การเร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จึงกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลกที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัวและร่วมกันขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
บนเส้นทางสู่การขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย "ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม" นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บีโอไอจึงออกนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและภาระต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านของภาคเอกชนสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
นโยบายและมาตรการส่งเสริมของบีโอไอ
บีโอไอมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ
ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม สู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บีโอไอออกมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับปรุงประสิทธิภาพกิจการเดิม ด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผลักดันเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน
บีโอไอส่งเสริมกิจการที่นำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และ/หรือใช้เทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (CCU) มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการลงทุนในกิจการโรงแยกก๊าซธรรมชาติและการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
ส่งเสริมอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
บีโอไอส่งเสริมการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) การผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ขยายแนวร่วมสู่ภาคเกษตรและชุมชน
ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม โดยจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนเกษตรกรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การปลูกข้าวแบบปล่อยก๊าซมีเทนต่ำ และการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่
วันนี้ ‘ความยั่งยืน’ คือกุญแจสำคัญที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันและอนาคตของเศรษฐกิจไทยภายใต้กติกาโลกใหม่ บีโอไอพร้อมเดินหน้าเคียงข้างผู้ประกอบการในทุกก้าวของการเปลี่ยนผ่าน ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงและยั่งยืน
บนเส้นทางสู่การขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของไทย "ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม" นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บีโอไอจึงออกนโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและภาระต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านของภาคเอกชนสู่การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
นโยบายและมาตรการส่งเสริมของบีโอไอ
บีโอไอมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ
ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม สู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บีโอไอออกมาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับปรุงประสิทธิภาพกิจการเดิม ด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผลักดันเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน
บีโอไอส่งเสริมกิจการที่นำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และ/หรือใช้เทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน (CCU) มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการลงทุนในกิจการโรงแยกก๊าซธรรมชาติและการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
ส่งเสริมอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
บีโอไอส่งเสริมการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) การผลิตพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และก๊าซชีวภาพ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ขยายแนวร่วมสู่ภาคเกษตรและชุมชน
ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม โดยจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนเกษตรกรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การปลูกข้าวแบบปล่อยก๊าซมีเทนต่ำ และการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่
วันนี้ ‘ความยั่งยืน’ คือกุญแจสำคัญที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันและอนาคตของเศรษฐกิจไทยภายใต้กติกาโลกใหม่ บีโอไอพร้อมเดินหน้าเคียงข้างผู้ประกอบการในทุกก้าวของการเปลี่ยนผ่าน ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคงและยั่งยืน


