​อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รากฐานของเศรษฐกิจยุค AI และโอกาสสำคัญของประเทศไทย

13 สิงหาคม 2569

     ในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์อัจฉริยะ เทคโนโลยีเหล่านี้อาจมีการใช้งานแตกต่างกัน แต่ล้วนมี "หัวใจเดียวกัน" คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (Advanced Electronics)
     อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงไม่ได้หมายถึงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือชิปเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) การประกอบและทดสอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์และระบบอัจฉริยะ เทคโนโลยีเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "สมอง" และ "ระบบประสาท" ของอุปกรณ์ยุคใหม่ ทำให้สามารถประมวลผล เชื่อมต่อ และทำงานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
     อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงจึงเป็น รากฐานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพราะทุกการเติบโตของ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือหุ่นยนต์ ล้วนต้องอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ประสิทธิภาพสูงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ประเทศที่มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้จึงมีโอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอีกหลายสาขาควบคู่กัน
เมื่อโลกเร่งลงทุน เอเชียยังเป็นหมุดหมายสำคัญ
     การเติบโตของ AI และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ส่งผลให้ทั่วโลกมีความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากรายงาน Semiconductor and Beyond ของ PwC คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 มูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกจะขยายตัวแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเติบโตเฉลี่ย 8.6% ต่อปี ขณะที่กลุ่มเซิร์ฟเวอร์สำหรับ AI และยานยนต์อัจฉริยะจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด ซึ่งเอเชียยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญของการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของโลก โดยมีสัดส่วนกว่า 70% ของการลงทุนทั้งหมด ตอกย้ำบทบาทการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญของโลก
โอกาสของประเทศไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
     ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จำนวน 303 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 249,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย และการต่อยอดจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความแข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน
     หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ อุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยในช่วงปี 2566–2568 มีผู้ผลิต PCB และวัตถุดิบสำหรับ PCB ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 320,078 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิต PCB อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาค
     การรักษาโอกาสและความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนา การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลเห็นความสำคัญและได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เพื่อกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างเป็นระบบ
     ในส่วนของบีโอไอ พร้อมสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนและบริษัทชั้นนำของโลก ผ่านเวทีจับคู่ธุรกิจและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว