[Global Trends x BOI] จุดประกายโอกาสลงทุน ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง
13 สิงหาคม 2569อุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Medical Hub 2.0 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นการยกระดับบริการทางการแพทย์จากการรักษาโรค ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร โดยผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการแพทย์เฉพาะบุคคล (Precision Medicine) เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น
การเปลี่ยนผ่านสู่ Medical Hub 2.0 ยังเปิดโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูง ครอบคลุมตั้งแต่ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) การผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ การผลิตยา ไปจนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศสุขภาพแห่งอนาคต เทรนด์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนผ่าน 3 ปรากฏการณ์สำคัญ ได้แก่
Med-Hospitality การผสมผสานการแพทย์ขั้นสูงเข้ากับที่พักระดับ Ultra-Luxury เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลสุขภาพ
Medtail การขยายบริการคลินิกเฉพาะทางสู่ห้างสรรพสินค้า ทำให้เข้าถึงบริการสุขภาพสะดวกยิ่งขึ้น
Smart Health City การเชื่อมโยงโรงพยาบาล ศูนย์วิจัย และระบบบริการสุขภาพ ผ่านเทคโนโลยี AI และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Wearable Devices)
บีโอไอส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมสุขภาพมูลค่าสูงครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและบริการ
บีโอไอให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่เป็นรากฐานของอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ การผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ การผลิตยา การผลิตเครื่องมือแพทย์ และการบริการทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เพื่อยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทย และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ภาคการผลิต
กิจการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) กิจการที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นฐานในการผลิตหรือให้บริการ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย ได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10 ปี (ไม่จำกัดวงเงิน) รวมถึงการผลิตสารเวชภัณฑ์ ชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ การผลิตสารชีวโมเลกุล โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (ไม่จำกัดวงเงิน)
กิจการผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ หรือผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติหรือสมุนไพร บีโอไอส่งเสริมการผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง รวมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อต่อยอดสู่อุตสาหกรรมยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
กิจการที่ขอรับการส่งเสริมต้องได้รับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือการรับรองที่เทียบเท่าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่ไม่มีขั้นตอนการผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานที่กำหนด เช่น GMP จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 8 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ)
กิจการผลิตยา สำหรับการผลิต “ยามุ่งเป้า” (ตามบัญชีของกระทรวงสาธารณสุข) จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ส่วนการผลิตยาแผนปัจจุบัน จะได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี โดยทั้งสองกลุ่มต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP ตามแนวทาง PIC/S
กิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ บีโอไอส่งเสริมการผลิตเครื่องมือแพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือแพทย์ที่จัดอยู่ในประเภทความเสี่ยงสูงหรือเทคโนโลยีสูง เครื่องมือแพทย์ชนิดอื่น ๆ เครื่องมือแพทย์จากผ้าหรือเส้นใย
ชนิดต่าง ๆ ตลอดจนการผลิตชิ้นส่วนเครื่องมือแพทย์ เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตของประเทศไทยและรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 8 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ)
ภาคบริการ
กิจการวิจัยและพัฒนา (R&D) และกิจการวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) ซึ่งรวมทั้งกิจการสนับสนุนและบริการจัดการการวิจัยทางคลินิกและศูนย์วิจัยทางคลินิก เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนายา วัคซีน เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตลอดจนสนับสนุนการศึกษาทางคลินิกตามมาตรฐานสากล โดยได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 8 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ)
กิจการบริการทางการแพทย์ บีโอไอให้การส่งเสริมกิจการบริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ โรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง (Specialty Medical Center) เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์มะเร็ง ศูนย์ไตเทียม ศูนย์กายภาพบำบัด และศูนย์จิตเวช รวมถึงโรงพยาบาลผู้สูงอายุ ศูนย์การแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์เฉพาะทาง โดยได้รับสิทธิประโยชน์ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สูงสุด 8 ปี (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ)
การเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพโลกกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้ประเทศไทย ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา และการผลิตนวัตกรรมสุขภาพ บีโอไอจึงเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย และผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการผลิตอุตสาหกรรมสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ของภูมิภาค
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการให้การส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมได้จาก คู่มือการให้การส่งเสริมการลงทุน (BOI Guide) :


